นโยบายและจุดเน้น
ในปีงบประมาณ 2551 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 ภายใต้การนำของ นายณรงค์ แผ้วพลสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 ได้จัดทำนโยบาย เพื่อพัฒนา และยกระดับคุณภาพการศึกษา ได้มีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันภายใต้ชื่อว่า “ปฏิญญาลำน้ำมูล” เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2551 ณ ศูนย์อบรมโครงการร่มโพธิ์แก้ว 7 ตำบลบ้านแพ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กรอบนโยบาย มี 5 ข้อ ดังนี้

นโยบายข้อ 1 ผู้นำการเปลี่ยนแปลง
นโยบายข้อ 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา / สถานศึกษาเข้มแข็ง
นโยบายข้อ 3 ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษามืออาชีพ
นโยบายข้อ 4 ผู้เรียนเป็นหัวใจของการพัฒนา
นโยบายข้อ 5 เครือข่ายการพัฒนา และเครือข่าย ICT
การนำนโยบายสู่การปฏิบัติ มีรายละเอียด และจุดเน้น ดังนี้
นโยบายข้อ 1
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้าง ทุกคนต้องกล้าคิดกล้าทำ ในการเปลี่ยน
แปลงเพื่อพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก ต้องมีวุฒิภาวะในการคิด นอกกรอบ (Think out of the box) มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีความรอบรู้ และมากด้วยประสบการณ์ ตลอดจนการมีจิตใจที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม โดยเฉพาะผู้บริหาร จะต้องเป็นผู้นำองค์กรในอนาคตที่มุ่งความสำเร็จของงาน และต้องเป็นผู้นำแห่งหลักการ (Principle – Centered – Leader) ใช้หลักการกระจายอำนาจการตัดสินใจ ผู้บริหารจะต้องแสดงบทตามบริบทของการกระจายอำนาจอย่างไม่ยึดกฎ ระเบียบหยุมหยิม โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมทั้งมีการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดี
แนวทางการดำเนินงาน
1. ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาให้ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้าง ทุกคน ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ อย่างเป็นระบบ ทั่วถึง และต่อเนื่อง โดยใช้หลักสมรรถนะ (Competency) เป็นฐาน โดยสนับสนุนการพัฒนาตามระดับ ดังนี้
1.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการ
1.2 โรงเรียน เป็นผู้ดำเนินการ
1.3 ระดับบุคคล
2. ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนารายบุคคล (ใช้ ID Plan) โดยดำเนินการ ดังนี้
2.1 สำรวจสมรรถนะของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
2.2 จัดเก็บผลการพัฒนาเป็นรายบุคคลเพื่อใช้เป็นข้อมูลพัฒนาองค์กร
2.3 พัฒนาเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนา ตลอดจนการขยายผลการพัฒนา
2.4 ประเมินผลการพัฒนาเป็นรายบุคคล นำไปสู่การปฏิบัติ และเพื่อประสิทธิภาพของงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการรวบรวมผลงานเผยแพร่ Best Practice
3. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
นโยบายข้อ 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา / สถานศึกษาเข้มแข็ง
จุดเน้น คือ การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน การกระจายอำนาจ และโรงเรียนระบบดี มีคุณภาพ
นโยบายข้อ 1
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้าง ทุกคนต้องกล้าคิดกล้าทำ ในการเปลี่ยน
แปลงเพื่อพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก ต้องมีวุฒิภาวะในการคิด นอกกรอบ (Think out of the box) มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีความรอบรู้ และมากด้วยประสบการณ์ ตลอดจนการมีจิตใจที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม โดยเฉพาะผู้บริหาร จะต้องเป็นผู้นำองค์กรในอนาคตที่มุ่งความสำเร็จของงาน และต้องเป็นผู้นำแห่งหลักการ (Principle – Centered – Leader) ใช้หลักการกระจายอำนาจการตัดสินใจ ผู้บริหารจะต้องแสดงบทตามบริบทของการกระจายอำนาจอย่างไม่ยึดกฎ ระเบียบหยุมหยิม โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมทั้งมีการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดี แนวทางการดำเนินงาน
1. ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาให้ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา และลูกจ้าง ทุกคน ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ อย่างเป็นระบบ ทั่วถึง และต่อเนื่อง โดยใช้หลักสมรรถนะ (Competency) เป็นฐาน โดยสนับสนุนการพัฒนาตามระดับ ดังนี้
1.1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการ
1.2 โรงเรียน เป็นผู้ดำเนินการ
1.3 ระดับบุคคล
2. ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนารายบุคคล (ใช้ ID Plan) โดยดำเนินการ ดังนี้
2.1 สำรวจสมรรถนะของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
2.2 จัดเก็บผลการพัฒนาเป็นรายบุคคลเพื่อใช้เป็นข้อมูลพัฒนาองค์กร
2.3 พัฒนาเชื่อมโยงเครือข่ายการพัฒนา ตลอดจนการขยายผลการพัฒนา
2.4 ประเมินผลการพัฒนาเป็นรายบุคคล นำไปสู่การปฏิบัติ และเพื่อประสิทธิภาพของงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการรวบรวมผลงานเผยแพร่ Best Practice
3. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
นโยบายข้อ 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา / สถานศึกษาเข้มแข็ง
จุดเน้น คือ การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน การกระจายอำนาจ และโรงเรียนระบบดี มีคุณภาพ
จุดเน้นที่ 1 การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
เป็นยุทธศาสตร์การบริหาร และการจัดการศึกษาที่มุ่งให้โรงเรียนเป็นองค์กรหลักในการปฏิรูปการจัดการ
ศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โรงเรียนจะมีอำนาจในการบริหารจัดการด้วยตนเอง ทั้งในด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ในรูปคณะกรรมการสถานศึกษา ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เกิดสัมฤทธิผลสูงสุด อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถตรวจสอบได้
แนวทางการดำเนินงาน
1.พัฒนาแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ทั้งในด้านวิชาการการบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณที่เน้นผลงาน และการบริหารทั่วไปในรูปแบบที่หลากหลาย โดยยึดหลักการ คือ การกระจายอำนาจ การบริหารตนเอง การบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี และการตอบสนองต่อผู้ปกครอง และชุมชนของโรงเรียน
2. พัฒนาบุคลากรของโรงเรียน ตลอดจนแกนนำของชุมชน และท้องถิ่นกับการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
3. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วม ของผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในรูปคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษากลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารจัดการ เข้าสู่ระบบการบริหารงาน และการจัดการของสถานศึกษา โดยคำนึงถึง
4.1 การประยุกต์ใช้ต่อปัจจัยสภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และชุมชน
4.2 การประยุกต์ใช้ต่อปัจจัยนำเข้าด้านผู้บริหาร ครู นักเรียน หลักสูตร วัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณ และนโยบาย
4.3 การประยุกต์ใช้ต่อกระบวนการ และการดำเนินงาน ด้านเป้าหมาย กระบวนการเรียนการสอน โครงสร้าง แรงจูงใจในการมีส่วนร่วม และการจัดการ
4.4 มีการประเมินประสิทธิผลการพัฒนาที่สมดุล ยั่งยืน ในคุณภาพผู้เรียน คุณภาพครู คุณภาพผู้บริหาร และความร่วมมือจากชุมชน
5. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
เป็นยุทธศาสตร์การบริหาร และการจัดการศึกษาที่มุ่งให้โรงเรียนเป็นองค์กรหลักในการปฏิรูปการจัดการ
ศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น โรงเรียนจะมีอำนาจในการบริหารจัดการด้วยตนเอง ทั้งในด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ในรูปคณะกรรมการสถานศึกษา ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เกิดสัมฤทธิผลสูงสุด อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถตรวจสอบได้ แนวทางการดำเนินงาน
1.พัฒนาแนวทางการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ทั้งในด้านวิชาการการบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณที่เน้นผลงาน และการบริหารทั่วไปในรูปแบบที่หลากหลาย โดยยึดหลักการ คือ การกระจายอำนาจ การบริหารตนเอง การบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารจัดการโรงเรียนที่ดี และการตอบสนองต่อผู้ปกครอง และชุมชนของโรงเรียน
2. พัฒนาบุคลากรของโรงเรียน ตลอดจนแกนนำของชุมชน และท้องถิ่นกับการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
3. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วม ของผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในรูปคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษากลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารจัดการ เข้าสู่ระบบการบริหารงาน และการจัดการของสถานศึกษา โดยคำนึงถึง
4.1 การประยุกต์ใช้ต่อปัจจัยสภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และชุมชน
4.2 การประยุกต์ใช้ต่อปัจจัยนำเข้าด้านผู้บริหาร ครู นักเรียน หลักสูตร วัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณ และนโยบาย
4.3 การประยุกต์ใช้ต่อกระบวนการ และการดำเนินงาน ด้านเป้าหมาย กระบวนการเรียนการสอน โครงสร้าง แรงจูงใจในการมีส่วนร่วม และการจัดการ
4.4 มีการประเมินประสิทธิผลการพัฒนาที่สมดุล ยั่งยืน ในคุณภาพผู้เรียน คุณภาพครู คุณภาพผู้บริหาร และความร่วมมือจากชุมชน
5. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
จุดเน้นที่ 2 การกระจายอำนาจ
การกระจายอำนาจทางการศึกษาเป็นการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ในด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังระดับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 โรงเรียนต้องรับผิดชอบในการดำเนินงานให้เกิดผลดีต่อผู้เรียนมากที่สุด และสามารถตรวจสอบได้
แนวทางการดำเนินงาน
1. สร้างความเข้าใจแก่ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาเกี่ยวกับแนวทาง การส่งเสริม และพัฒนาสถานศึกษา โดยให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกระจายอำนาจการบริหาร และการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.1 วางแผน และกำหนดแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการศึกษา โดยใช้ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาเป็นฐานในการกำหนดค่าประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร และคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.2 พัฒนาการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมครู และผู้ปกครอง
1.3 ส่งเสริมการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล โดยเน้นเรื่องประโยชน์ และประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของการมีคุณธรรม และจริยธรรม
1.4 สนับสนุนเครือข่ายการพัฒนาสถานศึกษา ให้สนับสนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และขยายผลไปยังสถานศึกษากลุ่มที่ 2 ให้มีการพัฒนาไปสู่คุณภาพตามเกณฑ์ของกลุ่มที่ 1
2. จัดระบบการกระจายอาจด้านวิชาการ การบริหารงานบุคคล งบประมาณ และการบริหารทั่วไป
2.1 เอกภาพด้านนโยบาย และมาตรฐาน และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
2.2 การมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้เสีย
2.3 สร้างความเข้มแข็งให้สถานศึกษาในการบริหารจัดการ มีอิสระ คล่องตัว และลดขั้นตอนในการจัดการศึกษาด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป
2.4 เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการบริหาร และการจัดการศึกษา
2.5 สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎกระทรวงว่าด้วยการกระจายอำนาจ
การกระจายอำนาจทางการศึกษาเป็นการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่ในด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังระดับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 โรงเรียนต้องรับผิดชอบในการดำเนินงานให้เกิดผลดีต่อผู้เรียนมากที่สุด และสามารถตรวจสอบได้
แนวทางการดำเนินงาน
1. สร้างความเข้าใจแก่ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาเกี่ยวกับแนวทาง การส่งเสริม และพัฒนาสถานศึกษา โดยให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกระจายอำนาจการบริหาร และการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.1 วางแผน และกำหนดแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการศึกษา โดยใช้ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาเป็นฐานในการกำหนดค่าประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากร และคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.2 พัฒนาการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมครู และผู้ปกครอง
1.3 ส่งเสริมการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล โดยเน้นเรื่องประโยชน์ และประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของการมีคุณธรรม และจริยธรรม
1.4 สนับสนุนเครือข่ายการพัฒนาสถานศึกษา ให้สนับสนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และขยายผลไปยังสถานศึกษากลุ่มที่ 2 ให้มีการพัฒนาไปสู่คุณภาพตามเกณฑ์ของกลุ่มที่ 1
2. จัดระบบการกระจายอาจด้านวิชาการ การบริหารงานบุคคล งบประมาณ และการบริหารทั่วไป
2.1 เอกภาพด้านนโยบาย และมาตรฐาน และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
2.2 การมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้เสีย
2.3 สร้างความเข้มแข็งให้สถานศึกษาในการบริหารจัดการ มีอิสระ คล่องตัว และลดขั้นตอนในการจัดการศึกษาด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป
2.4 เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการบริหาร และการจัดการศึกษา
2.5 สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎกระทรวงว่าด้วยการกระจายอำนาจ
2.6 จัดระบบแนวทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับการกระจายอำนาจตามบทบาท และภาระหน้าที่
3. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
จุดเน้นที่ 3 โรงเรียนระบบดี มีคุณภาพ
โรงเรียนต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ ทั้งยุทธศาสตร์ปรับปรุง ซึ่งเป็นการนำระบบ แต่ละระบบที่โรงเรียนมีการวิเคราะห์ในภาพรวมแล้วหากพบว่าเป็นจุดอ่อนมาเป็นยุทธศาสตร์ ในการปรับปรุง โดยกำหนดจุดเน้นการดำเนินการ รวมทั้งการจัดทำแผนปฏิบัติการ และยุทธศาสตร์ การดำรงรักษา เป็นการนำระบบแต่ละระบบที่โรงเรียนมีการวิเคราะห์ในภาพรวมแล้วพบว่าเป็นจุดแข็งนำมาเป็นยุทธศาสตร์ดำรงรักษา แล้วกำหนดแผนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การบริหารระบบคุณภาพ ได้แก่
1. การวางระบบ (Plan) เป็นองค์ประกอบแรกที่สำคัญที่สุด โดยเป็นการกำหนดขั้นตอน การทำงานที่เป็นกระบวนการมาตรฐาน ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีวิธีการที่เป็นมาตรฐาน เมื่อมีการดำเนินงานแล้วต้องมีการบันทึกมาตรฐาน ที่ใช้ตรวจสอบประเมินตนเอง และให้ผู้อื่นตรวจสอบได้
2. การทำตามระบบ (Do) เป็นการร่วมกันของทุกคนโดยใช้ฐาน ซึ่งคนในองค์กร หรือผู้รับผิดชอบแต่ละระบบควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจุบัน
3. การตรวจสอบ และการประเมินผล (Check) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะพัฒนาคุณภาพ (Quality Improvement) โดยสร้างวัฒนธรรมการประเมินอย่างสร้างสรรค์ หรือการติเพื่อก่อ ยอมรับ ความเป็นจริงเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
4. การแก้ไขพัฒนาระบบ (Act) เป็นการนำผลการประเมินมาแก้ไขระบบ ซึ่งอาจแก้ไขพัฒนาในส่วนที่เป็นกระบวนการ หรือการบันทึกให้ดีขึ้นจนระบบคุณภาพหมุนเข้าสู่วงจรคุณภาพ รอบต่อ ๆ ไป จนกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรต่อไป
แนวทางการดำเนินงาน
1. การดำเนินการวิเคราะห์ และวางแผนเกี่ยวกับกระบวนทัศน์การพัฒนา แผนยุทธศาสตร์ การบริการระบบคุณภาพ การจัดโครงสร้าง และทีมพัฒนาคุณภาพ และการประเมินทบทวน
2. การดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ การบริการระบบคุณภาพ การจัดโครงสร้าง และทีมพัฒนาคุณภาพ และการประเมินทบทวนอย่างต่อเนื่อง
3. ปรับแนวทางการทำงานเพื่อบริหารคุณภาพตามบริบท / สภาพความเหมาะสม
3. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
จุดเน้นที่ 3 โรงเรียนระบบดี มีคุณภาพ
โรงเรียนต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ ทั้งยุทธศาสตร์ปรับปรุง ซึ่งเป็นการนำระบบ แต่ละระบบที่โรงเรียนมีการวิเคราะห์ในภาพรวมแล้วหากพบว่าเป็นจุดอ่อนมาเป็นยุทธศาสตร์ ในการปรับปรุง โดยกำหนดจุดเน้นการดำเนินการ รวมทั้งการจัดทำแผนปฏิบัติการ และยุทธศาสตร์ การดำรงรักษา เป็นการนำระบบแต่ละระบบที่โรงเรียนมีการวิเคราะห์ในภาพรวมแล้วพบว่าเป็นจุดแข็งนำมาเป็นยุทธศาสตร์ดำรงรักษา แล้วกำหนดแผนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การบริหารระบบคุณภาพ ได้แก่
1. การวางระบบ (Plan) เป็นองค์ประกอบแรกที่สำคัญที่สุด โดยเป็นการกำหนดขั้นตอน การทำงานที่เป็นกระบวนการมาตรฐาน ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีวิธีการที่เป็นมาตรฐาน เมื่อมีการดำเนินงานแล้วต้องมีการบันทึกมาตรฐาน ที่ใช้ตรวจสอบประเมินตนเอง และให้ผู้อื่นตรวจสอบได้
2. การทำตามระบบ (Do) เป็นการร่วมกันของทุกคนโดยใช้ฐาน ซึ่งคนในองค์กร หรือผู้รับผิดชอบแต่ละระบบควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจุบัน
3. การตรวจสอบ และการประเมินผล (Check) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะพัฒนาคุณภาพ (Quality Improvement) โดยสร้างวัฒนธรรมการประเมินอย่างสร้างสรรค์ หรือการติเพื่อก่อ ยอมรับ ความเป็นจริงเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
4. การแก้ไขพัฒนาระบบ (Act) เป็นการนำผลการประเมินมาแก้ไขระบบ ซึ่งอาจแก้ไขพัฒนาในส่วนที่เป็นกระบวนการ หรือการบันทึกให้ดีขึ้นจนระบบคุณภาพหมุนเข้าสู่วงจรคุณภาพ รอบต่อ ๆ ไป จนกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรต่อไป
แนวทางการดำเนินงาน
1. การดำเนินการวิเคราะห์ และวางแผนเกี่ยวกับกระบวนทัศน์การพัฒนา แผนยุทธศาสตร์ การบริการระบบคุณภาพ การจัดโครงสร้าง และทีมพัฒนาคุณภาพ และการประเมินทบทวน
2. การดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ การบริการระบบคุณภาพ การจัดโครงสร้าง และทีมพัฒนาคุณภาพ และการประเมินทบทวนอย่างต่อเนื่อง
3. ปรับแนวทางการทำงานเพื่อบริหารคุณภาพตามบริบท / สภาพความเหมาะสม
นโยบายข้อ 3
ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา มืออาชีพ
“มืออาชีพ” หมายถึง ผู้มีความสามารถ และประสบการณ์สูงในการทำงานทำงานบรรลุเป้าหมาย โอกาสล้ม
เหลว หรือผิดพลาดแทบไม่มี ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่า“มือสมัครเล่น” “ผู้ฝึกงาน” ซึ่งมีหัวหน้าคอยให้คำแนะนำ แก้ไข ปรับปรุง เพราะไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ซึ่งองค์ประกอบของความเป็น
มืออาชีพ 6 ประการ ได้แก่
1) มีความรู้ที่แท้จริงในเรื่องที่ทำ รู้หลักวิชา รู้เหตุผล รู้ที่มาที่ไปของเรื่องที่ทำอย่างรอบด้าน และสามารถคาดคะเนแนวทางแก้ไขได้กรณีมีเหตุผิดปกติเกิดขึ้น
2) มีความสามารถในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม มีไหวพริบปฏิภาณ มีความเชี่ยวชาญพิเศษที่คนอื่น ไม่มี
3) มีความสามารถในการประสานสัมพันธ์กับผู้รับบริการ สื่อสาร และทำความเข้าใจได้ดี มีการสนทนาที่สร้างสรรค์ อดทน อดกลั้น เพื่อให้ได้ผลงานที่ตอบสนองตามความต้องการได้ถูกต้อง
4) มีความสามารถในการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานได้เบ็ดเสร็จด้วยตนเอง
5) มีความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ ที่เป็นเครื่องมือนำไปสู่แหล่งความรู้ที่สำคัญของโลกปัจจุบัน และ
6) มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์รับรู้ข่าวสารข้อมูล ความเคลื่อนไหวของทั่วโลก ในเวลารวดเร็ว เพื่อสร้างทางเลือกเชิงนโยบายให้ทัน กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งตามที่กล่าวไปนี้ จะต้องมีการพัฒนาอย่างมีระบบ และต่อเนื่อง และมี แผนพัฒนารายบุคคลเป็นตัวเชื่อมโยงให้กระบวนการพัฒนาบรรลุผลมากยิ่งขึ้น จิตวิญญาณ (Spirituality) หมายถึง ความมีจิตวิญญาณ และปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ อย่างเคร่งครัด
แนวทางการดำเนินงาน
1. ปรับปรุง และพัฒนารูปแบบการพัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทาง การศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
2. ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในเรื่องต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหา และความต้องการ ดังนี้
2.1 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.2 การพัฒนาหลักสูตรระดับสถานศึกษา
2.3 การใช้ และพัฒนาสื่อ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
2.4 การพัฒนารูปแบบระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
2.5 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้
2.6 การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาให้สามารถด้านการบริหารงานได้ทุกด้าน และการบริหารงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์
ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา มืออาชีพ
“มืออาชีพ” หมายถึง ผู้มีความสามารถ และประสบการณ์สูงในการทำงานทำงานบรรลุเป้าหมาย โอกาสล้ม
เหลว หรือผิดพลาดแทบไม่มี ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่า“มือสมัครเล่น” “ผู้ฝึกงาน” ซึ่งมีหัวหน้าคอยให้คำแนะนำ แก้ไข ปรับปรุง เพราะไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ซึ่งองค์ประกอบของความเป็น มืออาชีพ 6 ประการ ได้แก่
1) มีความรู้ที่แท้จริงในเรื่องที่ทำ รู้หลักวิชา รู้เหตุผล รู้ที่มาที่ไปของเรื่องที่ทำอย่างรอบด้าน และสามารถคาดคะเนแนวทางแก้ไขได้กรณีมีเหตุผิดปกติเกิดขึ้น
2) มีความสามารถในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม มีไหวพริบปฏิภาณ มีความเชี่ยวชาญพิเศษที่คนอื่น ไม่มี
3) มีความสามารถในการประสานสัมพันธ์กับผู้รับบริการ สื่อสาร และทำความเข้าใจได้ดี มีการสนทนาที่สร้างสรรค์ อดทน อดกลั้น เพื่อให้ได้ผลงานที่ตอบสนองตามความต้องการได้ถูกต้อง
4) มีความสามารถในการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานได้เบ็ดเสร็จด้วยตนเอง
5) มีความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ ที่เป็นเครื่องมือนำไปสู่แหล่งความรู้ที่สำคัญของโลกปัจจุบัน และ
6) มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์รับรู้ข่าวสารข้อมูล ความเคลื่อนไหวของทั่วโลก ในเวลารวดเร็ว เพื่อสร้างทางเลือกเชิงนโยบายให้ทัน กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งตามที่กล่าวไปนี้ จะต้องมีการพัฒนาอย่างมีระบบ และต่อเนื่อง และมี แผนพัฒนารายบุคคลเป็นตัวเชื่อมโยงให้กระบวนการพัฒนาบรรลุผลมากยิ่งขึ้น จิตวิญญาณ (Spirituality) หมายถึง ความมีจิตวิญญาณ และปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ อย่างเคร่งครัด
แนวทางการดำเนินงาน
1. ปรับปรุง และพัฒนารูปแบบการพัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทาง การศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
2. ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในเรื่องต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหา และความต้องการ ดังนี้
2.1 กระบวนการจัดการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.2 การพัฒนาหลักสูตรระดับสถานศึกษา
2.3 การใช้ และพัฒนาสื่อ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
2.4 การพัฒนารูปแบบระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
2.5 การวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้
2.6 การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาให้สามารถด้านการบริหารงานได้ทุกด้าน และการบริหารงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์
2.7 เรื่องอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
3. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษาด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
4. ส่งเสริม สนับสนุน ยกย่อง เชิดชู และเผยแพร่ผลงานผู้ที่มีผลการปฏิบัติงาน ที่เป็นแบบอย่าง เช่น ครูดีเด่น ครูแกนนำ ครูแม่แบบ ครูต้นแบบ ฯลฯ
5. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
นโยบายข้อ 4
ผู้เรียนเป็นหัวใจของการพัฒนา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) ได้ให้ความสำคัญของคนไว้ว่า “คน” เป็นทุนสังคมที่สำคัญที่สุด มีบทบาทเป็นทั้งผู้สร้าง ผู้พัฒนา และเป็นผู้รับผลจากการพัฒนา จำเป็นต้องพัฒนาคนในทุกมิติทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา กิจกรรมทุกอย่างในโรงเรียนต้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญ โดย มีจุดเน้นที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
จุดเน้นที่ 1 ห้องเรียนคุณภาพ ห้องเรียนคุณภาพ
เป็นการสร้างเสริมสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
องค์ประกอบห้องเรียนคุณภาพ ได้แก่ หลักสูตร และการจัด การเรียนรู้อิงมาตรฐาน ICT ห้องเรียน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การวิจัยในชั้นเรียน และผู้บริหาร / ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทุกองคาพยพของห้องเรียนคุณภาพจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการดำเนินงาน
1. ดำเนินการ และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร และสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด องค์ประกอบห้องเรียนคุณภาพ ได้แก่
1.1 หลักสูตร และการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
1.2 ICT ห้องเรียน
1.3 ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
1.4 การวิจัยในชั้นเรียน
1.5 ผู้บริหาร / ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง
2. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
3. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษาด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
4. ส่งเสริม สนับสนุน ยกย่อง เชิดชู และเผยแพร่ผลงานผู้ที่มีผลการปฏิบัติงาน ที่เป็นแบบอย่าง เช่น ครูดีเด่น ครูแกนนำ ครูแม่แบบ ครูต้นแบบ ฯลฯ
5. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
นโยบายข้อ 4
ผู้เรียนเป็นหัวใจของการพัฒนา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) ได้ให้ความสำคัญของคนไว้ว่า “คน” เป็นทุนสังคมที่สำคัญที่สุด มีบทบาทเป็นทั้งผู้สร้าง ผู้พัฒนา และเป็นผู้รับผลจากการพัฒนา จำเป็นต้องพัฒนาคนในทุกมิติทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา กิจกรรมทุกอย่างในโรงเรียนต้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญ โดย มีจุดเน้นที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
จุดเน้นที่ 1 ห้องเรียนคุณภาพ ห้องเรียนคุณภาพ
เป็นการสร้างเสริมสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
องค์ประกอบห้องเรียนคุณภาพ ได้แก่ หลักสูตร และการจัด การเรียนรู้อิงมาตรฐาน ICT ห้องเรียน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การวิจัยในชั้นเรียน และผู้บริหาร / ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทุกองคาพยพของห้องเรียนคุณภาพจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางการดำเนินงาน
1. ดำเนินการ และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร และสภาพแวดล้อม ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด องค์ประกอบห้องเรียนคุณภาพ ได้แก่
1.1 หลักสูตร และการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
1.2 ICT ห้องเรียน
1.3 ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
1.4 การวิจัยในชั้นเรียน
1.5 ผู้บริหาร / ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง
2. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
จุดเน้นที่ 2 ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นจุดเน้นพิเศษที่ต้องให้ความสำคัญระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นการส่งเสริม พัฒนา ป้องกัน และแก้ไขปัญหา เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีทักษะ ในการดำรงชีวิต และรอดพ้นจากวิกฤติทั้งปวง
แนวทางการดำเนินงาน
1. ดำเนินการ และส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ ดังนี้
1.1 โรงเรียนมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยมีกระบวนการ วิธีการ และเครื่องมือที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และตรวจสอบได้
1.2 ครูประจำชั้น / ครูที่ปรึกษา บุคลากรในโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงาน และองค์กรภายนอก มีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
1.3 นักเรียนทุกคนได้รับการดูแลช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
2. โรงเรียนมีกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ได้แก่ การรู้จักนักเรียน เป็นรายบุคคล การคัดกรอง การส่งเสริม พัฒนา การช่วยเหลือ แก้ไข และการส่งต่อ
3. โรงเรียนมีการบริหารเชิงระบบ มีการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การดำเนินงาน
4. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
จุดเน้นที่ 3 วินัยเชิงบวก (Positive Discipline)
วินัยเชิงบวก เป็นแนวทางในการสั่งสอน และการเลี้ยงดู อันจะช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จด้วยการให้ข้อมูลแก่เด็ก และสนับสนุนการเติบโตเต็มตามศักยภาพ
แนวทางการดำเนินงาน
1. ดำเนินการ และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้เข้าใจหลักการสร้างวินัยเชิงบวกแก่นักเรียน รวมทั้งการนำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
1.1 หลักการสร้างวินัยเชิงบวก มี 4 ประการ คือ
1.1.1 การหาเป้าหมายการอบรมเลี้ยงดูระยะยาว หรือตลอดแนว
1.1.2 การให้ความอบอุ่น (ความรัก และความปลอดภัย)
1.1.3 การเข้าใจความคิด และความรู้สึกของเด็ก
1.1.4 การแก้ปัญหา
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นจุดเน้นพิเศษที่ต้องให้ความสำคัญระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นการส่งเสริม พัฒนา ป้องกัน และแก้ไขปัญหา เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีทักษะ ในการดำรงชีวิต และรอดพ้นจากวิกฤติทั้งปวง
แนวทางการดำเนินงาน
1. ดำเนินการ และส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ ดังนี้
1.1 โรงเรียนมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยมีกระบวนการ วิธีการ และเครื่องมือที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และตรวจสอบได้
1.2 ครูประจำชั้น / ครูที่ปรึกษา บุคลากรในโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงาน และองค์กรภายนอก มีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
1.3 นักเรียนทุกคนได้รับการดูแลช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
2. โรงเรียนมีกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ได้แก่ การรู้จักนักเรียน เป็นรายบุคคล การคัดกรอง การส่งเสริม พัฒนา การช่วยเหลือ แก้ไข และการส่งต่อ
3. โรงเรียนมีการบริหารเชิงระบบ มีการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล การดำเนินงาน
4. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
จุดเน้นที่ 3 วินัยเชิงบวก (Positive Discipline)
วินัยเชิงบวก เป็นแนวทางในการสั่งสอน และการเลี้ยงดู อันจะช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จด้วยการให้ข้อมูลแก่เด็ก และสนับสนุนการเติบโตเต็มตามศักยภาพ
แนวทางการดำเนินงาน
1. ดำเนินการ และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้เข้าใจหลักการสร้างวินัยเชิงบวกแก่นักเรียน รวมทั้งการนำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
1.1 หลักการสร้างวินัยเชิงบวก มี 4 ประการ คือ
1.1.1 การหาเป้าหมายการอบรมเลี้ยงดูระยะยาว หรือตลอดแนว
1.1.2 การให้ความอบอุ่น (ความรัก และความปลอดภัย)
1.1.3 การเข้าใจความคิด และความรู้สึกของเด็ก
1.1.4 การแก้ปัญหา
1.2 พฤติกรรมการสร้างวินัยเชิงบวก มี 7 ประการ คือ
1.2.1 ไม่ใช้ความรุนแรง และให้เกียรติเด็กในฐานะผู้เรียนรู้
1.2.2 รู้จักการค้นหาทางแก้ปัญหาระยะยาว อันเป็นแนวทาง ในการพัฒนาวินัยในตนเองของเด็ก
1.2.3 มีการสื่อสารกันอย่างชัดเจนในเรื่องของความคาดหวัง กฎ ข้อจำกัดที่พ่อแม่วางไว้ให้เด็ก
1.2.4 สร้างความสัมพันธ์ และเคารพซึ่งกันและกันระหว่างพ่อแม่ และเด็ก
1.2.5 เป็นการสอนทักษะการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนแก่เด็ก
1.2.6 เพิ่มพูนความสามารถ และความมั่นใจในการรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทายให้แก่เด็ก
1.2.7 หารูปแบบการสอนมารยาท ความรักสงบ ความเอื้ออาทร การนับถือตนเอง สิทธิมนุษยชน และการเคารพต่อผู้อื่น
นโยบายข้อ 5
เครือข่ายการพัฒนา และเครือข่าย ICT
จุดเน้น ของการพัฒนา เครือข่ายการพัฒนา และ ICT เพื่อการศึกษา มี 3 ระดับ ได้แก่
ระดับบุคคล เน้นที่ตัวบุคคลโดยมีการสร้างเครือข่ายการพัฒนาระหว่างโรงเรียน ทั้งในเขตพื้นที่การ
ศึกษา และต่างเขตพื้นที่การศึกษา
ระดับองค์คณะบุคคล ตามกฎหมายได้มีการกำหนดให้เขตพื้นที่การศึกษา มีคณะกรรมการ / คณะอนุกรรมการ 3 คณะ คือ
1) คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
2) คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา และ
3) คณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษา โดยจัดให้มีการร่วมพัฒนากับองค์คณะบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาอื่น เพื่อสัมมนาสภาพปัญหา และแนวทางที่มีประสิทธิผล
ระดับองค์กร เป็นการสร้างเครือข่ายการพัฒนาระหว่างเขตพื้นที่การศึกษา กับเขตพื้นที่การศึกษาอื่น ๆ (เช่น การจับคู่เพื่อพัฒนาระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต
4) รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
1.2.1 ไม่ใช้ความรุนแรง และให้เกียรติเด็กในฐานะผู้เรียนรู้
1.2.2 รู้จักการค้นหาทางแก้ปัญหาระยะยาว อันเป็นแนวทาง ในการพัฒนาวินัยในตนเองของเด็ก
1.2.3 มีการสื่อสารกันอย่างชัดเจนในเรื่องของความคาดหวัง กฎ ข้อจำกัดที่พ่อแม่วางไว้ให้เด็ก
1.2.4 สร้างความสัมพันธ์ และเคารพซึ่งกันและกันระหว่างพ่อแม่ และเด็ก
1.2.5 เป็นการสอนทักษะการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนแก่เด็ก
1.2.6 เพิ่มพูนความสามารถ และความมั่นใจในการรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทายให้แก่เด็ก
1.2.7 หารูปแบบการสอนมารยาท ความรักสงบ ความเอื้ออาทร การนับถือตนเอง สิทธิมนุษยชน และการเคารพต่อผู้อื่น
นโยบายข้อ 5
เครือข่ายการพัฒนา และเครือข่าย ICT
จุดเน้น ของการพัฒนา เครือข่ายการพัฒนา และ ICT เพื่อการศึกษา มี 3 ระดับ ได้แก่
ระดับบุคคล เน้นที่ตัวบุคคลโดยมีการสร้างเครือข่ายการพัฒนาระหว่างโรงเรียน ทั้งในเขตพื้นที่การ
ศึกษา และต่างเขตพื้นที่การศึกษา ระดับองค์คณะบุคคล ตามกฎหมายได้มีการกำหนดให้เขตพื้นที่การศึกษา มีคณะกรรมการ / คณะอนุกรรมการ 3 คณะ คือ
1) คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
2) คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา และ
3) คณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษา โดยจัดให้มีการร่วมพัฒนากับองค์คณะบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาอื่น เพื่อสัมมนาสภาพปัญหา และแนวทางที่มีประสิทธิผล
ระดับองค์กร เป็นการสร้างเครือข่ายการพัฒนาระหว่างเขตพื้นที่การศึกษา กับเขตพื้นที่การศึกษาอื่น ๆ (เช่น การจับคู่เพื่อพัฒนาระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต
4) รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
จุดเน้นที่ 1 เครือข่ายการพัฒนา
แนวทางการดำเนินงาน
1. ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างเครือข่ายการพัฒนาทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับโรงเรียน ระดับองค์คณะบุคคล และระดับองค์กร ทั้งใน และต่างเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และเพื่อการยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
1.1 ส่งเสริมให้ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษามีเครือข่ายการพัฒนา เพื่อพัฒนาทั้งในด้านความรู้ความสามารถ ทักษะ และคุณธรรม จริยธรรม
1.2 ส่งเสริมให้โรงเรียนเครือข่ายการพัฒนา เพื่อพัฒนา และขับเคลื่อนพันธกิจทั้งในส่วนงานตามภารกิจ รวมทั้งการขานรับ และตอบสนองนโยบายทุกระดับ
1.3 ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการพัฒนา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง องค์คณะบุคคล ทั้งใน และต่างเขตพื้นที่การศึกษา
1.4 แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
จุดเน้นที่ 2 ICT เพื่อการศึกษา
1. จัดทำ และพัฒนามาตรฐานการใช้สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
2. ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดหา ผลิต พัฒนา และเผยแพร่ ตลอดจนเชื่อมต่อสื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
3. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดหา และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้เพียงพอ และทันสมัย ทั้งใน และนอกโรงเรียน
4. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูใช้แหล่งเรียนรู้ สื่อ และเทคโนโลยี ช่วยในการจัด และพัฒนากระบวนการเรียนการสอน
5. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ด้านคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ แก่นักเรียน
6. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กับสื่อ และแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานประกอบการ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น
7. ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือในการใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงาน องค์กร ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่น
8. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
แนวทางการดำเนินงาน
1. ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างเครือข่ายการพัฒนาทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับโรงเรียน ระดับองค์คณะบุคคล และระดับองค์กร ทั้งใน และต่างเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และเพื่อการยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
1.1 ส่งเสริมให้ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และบุคลากรทางการศึกษามีเครือข่ายการพัฒนา เพื่อพัฒนาทั้งในด้านความรู้ความสามารถ ทักษะ และคุณธรรม จริยธรรม
1.2 ส่งเสริมให้โรงเรียนเครือข่ายการพัฒนา เพื่อพัฒนา และขับเคลื่อนพันธกิจทั้งในส่วนงานตามภารกิจ รวมทั้งการขานรับ และตอบสนองนโยบายทุกระดับ
1.3 ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการพัฒนา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง องค์คณะบุคคล ทั้งใน และต่างเขตพื้นที่การศึกษา
1.4 แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
จุดเน้นที่ 2 ICT เพื่อการศึกษา
1. จัดทำ และพัฒนามาตรฐานการใช้สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน
2. ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการจัดหา ผลิต พัฒนา และเผยแพร่ ตลอดจนเชื่อมต่อสื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
3. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดหา และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้เพียงพอ และทันสมัย ทั้งใน และนอกโรงเรียน
4. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูใช้แหล่งเรียนรู้ สื่อ และเทคโนโลยี ช่วยในการจัด และพัฒนากระบวนการเรียนการสอน
5. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ด้านคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ แก่นักเรียน
6. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กับสื่อ และแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานประกอบการ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น
7. ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือในการใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงาน องค์กร ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่น
8. แนวทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
เงื่อนไขความสำเร็จ
ในการนำแนวนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 สู่การปฏิบัติ อย่างสัมฤทธิผล นั้น มีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ การคิด อย่างมียุทธศาสตร์ และปฏิบัติอย่างมีกลยุทธ์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 และสถานศึกษา ฝากความหวังไว้กับครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ในการที่จะขับเคลื่อน ให้ทุกคนคิด อย่างมียุทธศาสตร์ และปฏิบัติอย่างมีกลยุทธ์
1. ต้องมีแผนพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เกิดผลสัมฤทธิ์ (Result)
(ผลสัมฤทธิ์ (Result) = ผลผลิต (Out Put) + ผลลัพธ์ (Out come) : เป็นการนำทรัพยากรการบริหารมาใช้อย่างประหยัด (Economy) การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และการได้ผลงานที่บรรลุเป้าหมายขององค์การ (Effectiveness))
2. การทำงานที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ เป็นการคิดเผื่อไปข้างหน้าคือ วิสัยทัศน์ (Vision) ในเรื่องการจัดการเชิงกลยุทธ์
3. ประเด็นอยู่ที่ว่า จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในอนาคตได้ต้องอาศัยครู และบุคลากรทาง การศึกษา ที่มี และมองเห็นวิสัยทัศน์ และผลสัมฤทธิ์หลักของเรา คือ คุณภาพผู้เรียน และการบริการ
… ผลสัมฤทธิ์ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 และสถานศึกษา กำหนดนั้น เป็นการตอบคำถามหลัก 4 คำถาม คือ
ปัจจุบัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 / สถานศึกษา มีผลผลิตอยู่ ณ จุดใด
สิ่งที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 / สถานศึกษา ต้องการทำ อยู่ที่ใด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 / สถานศึกษา จะทำได้อย่างไร
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 / สถานศึกษา จะวัดความสำเร็จได้อย่างไร
แหล่งข้อมูล :
รัฐวุฒิ ก่องขันธ์ และคณะ. รายงานผลการศึกษาสภาพการขานรับและตอบสนองนโยบายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 ปีการศึกษา 2551. บุรีรัมย์ : เอกสารทางวิชาการ สพท.บุรีรัมย์ เขต 4. 2551.
ภาพประกอบ :
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียนบ้านทุ่งวัง กลุ่มสถานศึกษาสตึก 5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4. ภาพถ่าย. ปีการศึกษา 2548-2551.
ผู้อำนวยการโรงเรียน

นายวิรัช ปัญญาวานิชกุล
ผู้อำนวยการโรงเรียน
บริการดึงข่าว NewFeeds
Who's Online
เรามี 181 บุคคลทั่วไป ออนไลน์




















